อาชีพครูเป็นอาชีพที่ถือได้ว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ไม่ว่าจะอยู่ชาติไหนอาชีพนี้ล้วนมีความสำคัญ และจำเป็นต้องการพัฒนาชาติ เพื่อมอบองค์ความรู้ให้กับเยาว์ชนเพื่อเติบโตไปเป็นกำลังของชาติ ในประเทศไทยเรานั้นมีครูคนเก่ง ๆ หลายท่าน แต่อาจมีเพียงไม่กี่ท่านที่ได้รับการยอมรับนับถือ และให้การชื่นชมในความสามารถ อีกทั้งยังสามารถถ่ายถอดความรู้ด้วยวิธีการที่มีเอกลักษณะไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะวันนี้เราจะพามาเปิดประวัติครูผู้หญิงท่านหนึ่งที่อยู่ในวงการศึกษาไทยมายาวนานเกือบตลอดทั้งชีวิต

ท่านทั้งหลายคงอาจจะรู้ท่านในชื่อ “อาจารย์แม่” หรือ “รองศาสตราจารย์ สุนีย์ สินธุเดชะ” เราหลายคนมักจะเห็นอาจารย์แม่ออกรายการโทรศัพท์มากมายเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาต่าง ๆ ในประเทศไทย อาจารย์แม่ เป็นคนจังหวัดตาก เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคา พ.ศ.2479 หลังจากได้จบการศึกษารัดับปริญญาตรี ก็ได้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโณงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนเด็ก ๆ ในโรงเรียนมักจะเรียกว่า “คุณยาย” เพื่อแสดงความเคารพ นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมพรรคการเมืองในฐานะรองหัวหน้าพรรคถิ่นไทย แต่ไม่นานก็ได้ลาออกไปและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย

ถึงแม้ว่าอารจารย์แม่จะอายุเยอะแล้วก็ตามในตอนนี้ แต่ก็ยังคงติดตามเรื่องราวข่าวสารในสังคมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะให้คำปรึกษากับเหล่าเด็กนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ ด้วยการที่อาจารย์แม่รักเด็กทุกคนเหมือนกับลูกของตนเอง ทำให้ทุกคนก็คิดเช่นเดียวกัน จึงไม่แปลกที่เด็กสมัยใหม่นั้นจะมองอาจารย์แม่เป็นไอดอลของพวกเขา อีกทั้งยังใช้เป็นแรงบันดาลใจในการศึกษาเล่าเรียน ประกอบกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ  ปัจจุบันนี้อาจารย์แม่ได้อายุมากขึ้นจนเริ่มไม่ค่อยสะดวกที่จะทำงานหนักมากนัก จึงได้เกษียณอายุราชการแล้วกลับไปรับหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัฒฑิต

แต่อย่างไรก็ตามทุกคนก็ยังคงเห็นอาจารย์แม่ออกมาโต้ตอบกระแสโซเชียลอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในด้านการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เมื่อมีใครมาใช้ภาษาไทยแบบผิดจนเกิดกลายเป็นประเด็นดังขึ้นมา ก็จะเป็นหน้าที่ของอาจารย์แม่ต้องมาออกโรงจัดการบรรดาคนผิด โดยเฉพาะประเด็นอย่างเรื่องรัก ๆ ระหว่างครูและเด็กนักเรียนที่อาจารย์แม่ก็ออกมาให้ความเห็นด้วยเช่นกัน อาจารย์บอกว่าครูมีหน้าที่มอบความรู้ให้กับนักเรียน ความรักที่ต่อนักเรียนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี แต่ไม่ใช่ในทางชู้สาว ถ้าครูคนไหนที่กล้าทำแบบนี้ได้ก็ไม่ถือว่าเป็นครูแล้ว เพราะในประเทศไทยเราเปรียบครูเป็นเหมือนพ่อแม่ ดังนั้นเรื่องการรักกับครูกับนักเรียนจึงเป็นเรื่องที่เลวร้ายและไม่ควรเกิดขึ้นเป็นอย่ายิ่ง