การเรียนไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถบังคับกันได้ แต่ให้คุณลากพวกเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ นอกจากจะทำให้เด็กเก็บกดแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดภาวะทางจิตใจที่ไม่มั่นคง โดนเพื่อนกลั่นแกล้ง หรือไม่ก็กลายเป็นเด็กก้าวร้าวไม่ฟังผู้ใหญ่ ปัญหาเหล่านี้มีอยู่มากในสังคมทั่วทุกมุมโลก สาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ซึ่งเด็กแต่ละคนก็มีปัญหาไม่เหมือนกัน ทำไมพวกเขาถึงไม่ชอบที่จะเรียน เราไม่สามารถฟันธงได้ว่าเขาต้องติดเกมแน่ ๆ ถึงไม่อยากเรียน หรืออาจจะคิดว่าเขาเป็นเด็กเกเร ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการวิเคราะห์ปัญหา สิ่งที่ผู้ปกครองควรจะทำเป็นอันดับแรกคือการรับฟังปัญหาของเด็ก เข้าไปคุยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาคิดอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่นเด็กคนหนึ่งมีปัญหากับเพื่อนในห้องเรียน กลับมาบ้านก็ไม่พูดไม่จาเพราะรู้สึกโมโหและเก็บกดที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ รวมถึงการเล่าเรียน อย่างนี้สิ่งที่ควรทำคือการสอนให้เรียนรู้การควบคุมอารมณ์ และปล่อยวาง เพราะการใช้กำลังในการแก้ปัญหาคงไม่ถูกเสียทีเดียว ถึงแม้ว่ามันสมควรโดน ควรปรึกษาหารือและขอความร่วมกับทางครู และผู้ปกครองของเพื่อน ให้ช่วยกันแก้ปัญหานี้ด้วยกัน จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ หรือในอีกกรณีหนึ่งถ้าเป็นเด็กที่ชอบเล่นเกมจนเป็นสาเหตุที่ผลการเรียนตกต่ำ พ่อแม่หลายคนมักแก้ปัญหาด้วยการไม่ให้เล่นเกมอีกเลย ผลลงเอยกลายเป็นเด็กเก็บกด ไม่พอใจพ่อแม่ และก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

ถ้าอย่างนั้นเราควรทำอย่างไรล่ะ? แน่นอนว่าการเล่นเกมมากเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่การเล่นแบบพอประมาณช่วยให้เด็กมีความสุข ควรกำหนดวันเวลาเล่นให้กับเขา อย่างเช่นทำการบ้านเสร็จถึงจะเล่นได้ แต่ห้ามเล่นเกิน 3 – 4 ชั่วโมงก็ว่ากันไป ส่วนวันหยุดก็ใช้เช่นเดียวกันถ้าหากเกิดมีงานที่ต้องทำ แต่ถ้าว่างก็ไม่ควรจะสร้างขอบเขตที่มากเกินไป จะทำให้เด็กมีความคิดว่าถูกควบคุมอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ปกครองทำได้อีกอย่างเพื่อกระตุ้นให้เขามีความอยากเรียน เด็กทุกคนย่อมมีสิ่งที่อยากได้ การให้โอกาสเขาในการทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ รวมถึงรางวัลก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ อาจจะมองดูเหมือนว่าเป็นของล่อตา ล่อใจก็คงไม่ผิดนัก แต่ก็ใช้ได้ผลสำหรับเด็กสมัยนี้ แต่ต้องดูด้วยว่าของที่จะให้เขาเกิดประโยชน์มากกว่าหรือไม่ อาจต่อรองเป็นสิ่งอื่น ๆ ใกล้เคียงกันถ้าเป็นของที่เราคิดว่าไม่ดี แค่นี้พวกเขาก็เริ่มที่จะสนใจกันมากขึ้น