คำถามคลาสสิกที่สุดเรื่องหนึ่งในการพัฒนาประเทศไทยคือ เราจะแก้ปัญหาการศึกษาไทยได้อย่างไรดี

อันที่จริงเราควรต้องยอมรับความจริงว่า ปัญหาการเรียนการสอน มันมีในทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ชาติมหาอำนาจอย่างอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เยอรมัน ทุกชาติล้วนมีปัญหาของตนเองทั้งนั้น

ดังนั้นเพื่อให้ตอบคำถามได้ตรงจุด แล้วเข้าใจความเป็นไปของปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน และอาจเป็นในอนาคต เรามาดูกันว่า อะไรคือสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ผู้ปกครองและครูอาจารย์ส่วนใหญ่ประสบกันอยู่ทุกวันนี้ แล้วลองเริ่มจากบูรณาการศึกษาใหม่ตั้งแต่ที่บ้านของเราขาดแคลนครูอาจารย์จำนวนมาก หลายคนสอนไม่ตรงตามวุฒิที่จบมา

ไม่ใช่แค่ในเชิงปริมาณ แต่ที่หนักกว่าคือขาดแคลนในเชิงคุณภาพด้วย นี่เป็นปัญหาร่วมกันในทุกประเทศ

ถามย้อนว่าเพราะอะไร คำตอบง่ายๆคือ รายได้ไม่จูงใจคนเก่งในสาขาหรือสายงานเหล่านั้นให้มาเป็นครู หรือถ้าเข้ามาสอน อย่างมากก็แค่อาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย อีกกลุ่มหนึ่งคือพวกติวเตอร์นอกโรงเรียน

สำหรับโรงเรียนรัฐ ครูส่วนมาก ใหญ่โดนเรียกร้องให้สอนในสายวิชาแบบครอบคลุมหมด มีงานวิจัยและสำรวจในช่วง 10 ปีหลังหลายชิ้นที่ชี้ว่า หากเปรียบกันแล้ว โรงเรียนเอกชนมีการจัดสรรครูให้สอนในวิชาต่างๆที่ตรงกับวุฒิการศึกษามากกว่าโรงเรียนรัฐ ปัจจัยส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นผลมาจากระบบของโรงเรียนเอกชนที่จัดสอบบรรจุครูเอง โดยให้ความสำคัญกับงการบรรจุครูที่สอนให้ตรงตามวุฒิการศึกษาที่แต่ละคนจบมา

แต่โรงเรียนรัฐ จะใช้ระบบสรรหาคัดเลือกครูแบบดั้งเดิม ซึ่งรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ จากนั้นครูที่ผ่านการสอบคัดเลือกจะต้องออกไปประจำการในโรงเรียนต่างๆ แนวทางที่มีการเสนอในช่วงหลังคือ ต้องปฏิรูปงานบริหารด้านบุคคลของครูน่าจะช่วยให้การบรรจุตรงกับวุฒิการศึกษามากขึ้น ปัจจัยอื่นที่ทำให้ได้ผู้สอนไม่ตรงวุฒิเช่น กระบวนการผลิตผู้สอนในบางรายวิชาที่ยังมีไม่เพียงพอ
ปัญหาเชิงนโยบายจากภาครัฐ

กระทรวงศึกษาธิการ ยังจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างใหม่ โดยเน้นผู้สอนเฉพาะสาขามากขึ้น รวมถึงการเพิ่มรายได้เพื่อจูงใจให้คนมาเรียนต่อด้านนี้ มีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง เพิ่มความรู้ แล้วนำไปถ่ายทอดให้เยาวชนมากขึ้น การลดภาระหน้าที่บางอย่างที่ไม่จำเป็นของอาจารย์ออกไป ให้เน้นการสอนหรือทำวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ ไม่ใช่มายุ่งแต่กับงานด้านเอกสารตามระบบราชการที่วุ่นวาย และล่าช้า

 

ข้อสอบที่ต้องยากเข้าไว้ เหมือนการโชว์ภูมิของคนสอน

มีหนังสือบางเล่มในช่วงหลังๆที่ทำออกมาแซว จิกกัดข้อสอบแอดมินชั่น O-Net หรือข้อสอบจำนวนหนึ่ง แน่นอนว่าผู้สอนก็ไม่ใช่ผู้รู้ไปทุกเรื่อง แต่ตัวข้อสอบเหล่านั้นก็ออกแบบมาจนเหมือนกับแค่ต้องการโชว์ภูมิรู้ของผู้สอนมากกว่าจะเป็นประโยชน์กับเด็กในแง่การนำไปใช้ในสายอาชีพของตนเอง เรียกว่า เน้นท่องจำ เพื่อไปตอบ เท่านั้นไม่พอ ที่ท่องจำมานั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเอามาใช้อะไรได้เสียด้วย ต่อยอดทางวิชาการไม่ได้อีก

 

ขาดแคลนนวัตกรรมเพื่อการศึกษา

นี่คือยุคดิจิตอล ปฏิเสธไม่ได้ว่า IT เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเยาวชนไปแล้ว แทนที่จะให้นำมาใช้ในเรื่องบันเทิงหรือ Social ให้หมดไป สู้นำมาประยุกต์เพื่อการเรียนการสอนไปด้วยย่อมดีกว่า เช่น ซอฟต์แวร์เพื่อศึกษา สื่อการสอนสารสนเทศ และอื่นๆ